| Subcribe via RSS

แซวเพื่อนเรื่องหญิง ลงท้ายการเมือง

March 24th, 2008 Posted in การเมือง, บันเทิง  ( 145 views )

Get the Flash Player to see this player.

วันนี้ขอมอบเพลง ใจนักเลง ให้กับเพื่อนผมที่ชื่อยอดยิ่ง ที่มีพ่อชื่อยอดชาย พี่ชายชื่อยอดเพชร ครับ ฮ่าๆ ช่วงนี้ยอดยิ่งของผมกำลังเฮิรท์กับสาว ยอดยิ่งชอบฟังเพลงนี้และโชว์เพลงนี้ให้คนอื่นๆเห็นใน msn ของตัวเองว่าตัวเองกำลังฟังเพลงนี้อยู่ ผมก็เลยสงสัยว่า ทำไมฟังแต่เพลงนี้เพลงเดียว มีอะไรหรือเปล่า ฟังทั้งวันเลย ก็เลยเพิ่งทราบว่า เพื่อต้องการสื่อไปถึงสาวเจ้าคนนั้น ฮ่าๆ วันนี้ใส่เพลงนี้เข้ามาเพราะต้องการ pageview ครับ คิดว่าอย่างน้อยเจ้ายอดยิ่งคงต้องเข้ามาฟังวันละหลายๆรอบแน่ๆ ครับ

พูดถึงเพื่อนผมคนนี้แล้ว มันตลกๆ ต๊องๆ นิดหน่อย ชอบบ่นว่า พ่อกูก็เป็นนายพล ทำไมกูไม่รวยสักที ไม่มีรถดีๆขับ ไม่มีบ้านสวยๆอยู่ว่ะ ถ้ามันมาบ่นกับผมช่วงนี้คงจะตอบไปว่า เพราะมึงไม่ไปเที่ยวผับแล้วทะเลาะอาละวาดกับลูกชาวบ้าน ถ้ามึงทำตัวแบบนั้น คงมีคนซื้อปอร์เช่ กับ บีเอ็ม ให้มึงแน่ๆ (ฮ่าๆ) แล้วที่มึงไม่มีบ้านสวยๆอยู่ อาจจะเพราะ พ่อมึงไม่ได้มีทีมฟุตบอลของตัวเองว่ะ หรือ อาจจะเพราะ พ่อมึงไม่มีบ้านอยู่บนเขาว่ะ (ฮ่าๆ) แต่สุดท้ายผมก็ต้องปลอบมันประจำว่า เฮ้ย คนเราเงินทอง ไม่ตาย หาได้อยู่แล้ว มีความรู้ความสามารถ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย คนเราแข่งอะไรก็แข่งได้ แข่งบุญวาสนาแข่งไม่ได้หรอกว่ะ ก็ได้แต่ปลอบใจมันไปครับ

ว่าแล้ววันก่อนฟังวิทยุเป็นการฟังวิทยุที่คุยการเมืองครั้งแรกของผมเลย ติดใจคำที่ดีเจพูดว่า การเมืองรุ่นเก่ามันเป็นการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เห็นแก่พวกพ้อง เห็นแก่ผู้มีพระคุณ ต่างตอบแทน ถ้าทำให้คนที่เห็นประโยชน์ส่วนตนมาให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมได้จะดีต่อชาติบ้านเมือง โอ้ว!!! ฟังแล้วโดนใจมาก สะกิดใจดีจริงๆ ถ้าทำได้คงไม่มีใครเอา tax ของผมไปซื้อรถดับเพลิง แล้วประกาศเว้นวรรค สุดท้ายเจ้านายไม่ให้ลากิจ (ฮ่าๆ) เฮ้อ…นี่แหละการเมืองไทย มันแนวๆ no pay no gain

พอดีเจท่านนั้นพูดจบ ผมก็ลองมาคิดว่า ถ้าเรามีโอกาส จะเปลี่ยนตรงนี้ได้อย่างไร ให้คนที่เห็นประโยชน์ส่วนตนมาเห็นประโยชน์ส่วนรวมเพื่อชาติ คำตอบก็คือ สงสัยต้องรออีก 3 ชั่วโคตร เพราะ คนเราสมัยนี้คิดแค่หาเงินเพื่อดำรงชีวิตอยู่ได้ ทำยังไงก็ได้ขอให้เศรษฐกิจดีไว้ก่อน ทำมาค้าขึ้น อย่างอื่นค่อยว่ากันไป ซึ่งมันก็คือประโยชน์ส่วนตัวของแต่ละคน มือใครยาวสาวได้สาวเอา ถ้าคิดตามหลักของ Maslow ก็คือคนที่ต้องผ่านขั้น 1-3 แล้ว ต้องอยู่ในขั้นของ Self-esteem แล้วหละครับ คือ คนที่มีพร้อม ต้องการความเคารพนับนับถือ ชื่อเสียง เพื่อเกียรติประวัติ อะไรทำนองนี้แล้วหละครับ คนที่จะทำตรงนี้ได้จริงๆต้องเป็นคนที่มีพร้อมทุกอย่าง วัยวุฒิ คุณวุฒิ เสียสละความสุขส่วนตัว และ ไม่โลภกิเลสมาก ถ้าวางกลยุทธ์ด้วยความรู้การเมืองขั้นเตรียมอนุบาลของผม ผมคิดว่า ถ้าเราจะเปลี่ยนตรงนี้ได้ต้องเตรียมการอย่างดีเลย จะต้องให้รุ่นปู่สร้างเนื้อสร้างตัว ตอกเสาเข็ม รุ่นพ่อสร้างความมั่นคง เทปูนสร้างรากฐานให้มั่นคง รุ่นลูกนี่แหละถึงจะลุยได้เต็มที่โดยไม่ต้องคิดหน้าพะวงหลัง ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน เรื่องปากท้อง เรื่องความมั่นคง เรื่องครอบครัว เรื่องความปลอดภัย เรื่องความยอมรับและเคารพนับถือ แต่จะมีกี่คนในเมืองไทยที่จะทำแบบนี้ได้และคิดเรื่องส่วนรวมเป็นใหญ่ได้จริงๆ น่าจะมีคนรุ่นใหม่มาทำตรงนี้ได้แต่ condition ต่างๆเขาต้องพร้อมที่จะทำได้ด้วยครับ ถ้าทำได้การเมืองก็เปลี่ยนยุคได้แหละครับ

ว่าจะเขียนแซวเพื่อนเรื่องหญิงกลายมาลงจบด้วยเรื่องการเมืองซะงั้น

Share/Save/Bookmark

Tags: ,

Related posts

Leave a Reply